<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Economics | Asquareschool</title>
	<atom:link href="https://www.asquareschool.com/category/cfa-level-i/economics/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.asquareschool.com</link>
	<description>อธิบายซ้ำจนกว่าคุณจะเข้าใจจริง</description>
	<lastBuildDate>Sun, 05 Apr 2020 09:33:00 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.asquareschool.com/wp-content/uploads/2019/10/cropped-site_icon-32x32.png</url>
	<title>Economics | Asquareschool</title>
	<link>https://www.asquareschool.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เงินเฟ้อมาจากไหน</title>
		<link>https://www.asquareschool.com/2015/08/02/cause-of-inflation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 02 Aug 2015 10:07:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Economics]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.asquareschool.com/?p=335</guid>

					<description><![CDATA[เงินเฟ้อที่เกิดจากต้นทุนหรือวัตถุดิบขึ้นราคา ทำให้ขายแพงขึ้นเรียกว่า‬ Cost Push Inflation มีคนอยากซื้อของนี้หลายคน ทำให้คนขายตั้งแพงขึ้น ถึงแม้จะแพงก็ยังมีคนซื้อเรียกว่า Demand Pull Inflation เนื้อหามาจาก https://www.facebook.com/Econ4Khon/photos/a.1451962691773262.1073741828.1449817225321142/1453753418260856/?type=1&#38;fref=nf]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-340" src="https://www.asquareschool.com/wp-content/uploads/2015/08/cause-of-inflation.jpg" alt="cause-of-inflation" width="700" height="718" srcset="https://www.asquareschool.com/wp-content/uploads/2015/08/cause-of-inflation.jpg 936w, https://www.asquareschool.com/wp-content/uploads/2015/08/cause-of-inflation-293x300.jpg 293w" sizes="(max-width: 700px) 100vw, 700px" /></p>
<p>เงินเฟ้อที่เกิดจากต้นทุนหรือวัตถุดิบขึ้นราคา ทำให้ขายแพงขึ้นเรียกว่า‬ Cost Push Inflation</p>
<p>มีคนอยากซื้อของนี้หลายคน ทำให้คนขายตั้งแพงขึ้น ถึงแม้จะแพงก็ยังมีคนซื้อเรียกว่า Demand Pull Inflation</p>
<p>เนื้อหามาจาก</p>
<p><a href="https://www.facebook.com/Econ4Khon/photos/a.1451962691773262.1073741828.1449817225321142/1453753418260856/?type=1&amp;fref=nf" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://www.facebook.com/Econ4Khon/photos/a.1451962691773262.1073741828.1449817225321142/1453753418260856/?type=1&amp;fref=nf</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อธิบาย MV=PY</title>
		<link>https://www.asquareschool.com/2015/08/02/mv-py/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 02 Aug 2015 08:44:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Economics]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.asquareschool.com/?p=291</guid>

					<description><![CDATA[เส้น LM ซึ่งเป็นสมการ MV = PY เป็นเรื่องที่นักเรียน CFA Level I ส่วนใหญ่สงสัยกันมากว่ามันมีความหมายว่าอย่างไร และเป็นจุดสำคัญจุดนึงที่ทำให้นักเรียนส่วนใหญ่เรียนวิชาเศรษฐศาสตร์ไม่รู้เรื่อง ผมจึงขอยกตัวอย่างเพื่อให้เข้าใจง่าย ๆ โดยให้ดูรูปข้างล่างประกอบ แบบนี้แล้วกันนะครับ สมมุติให้แบงค์ชาติพิมพ์แบงค์ 100 บาทออกมา 1 ใบ แล้ว แบงค์ใบนั้นได้เริ่มต้นไปอยู่ในมือของนาย A นาย A ยังไม่คิดจะใช้เงิน จึงเก็บเงินไว้ในกระเป๋าตัวเอง 10 บาท และเอาไปฝากธนาคาร 90 บาท นาย B ไม่มีเงินแต่ต้องการใช้เงินจึงไปยืมจากธนาคารมา 90 บาทแล้วเอาไปซื้อของกับ นาย C ทำให้เงิน 90 บาทไปอยู่ที่นาย C และเมื่อมีการซื้อขายเกิดขึ้น จึงเกิด GDP = 90 บาท นาย C ยังไม่คิดจะใช้เงิน จึงเก็บเงินไว้ในกระเป๋าตัวเอง 10 [&#8230;]]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-292" src="https://www.asquareschool.com/wp-content/uploads/2015/08/MV-PY-296x300.png" alt="MV-PY" width="500" height="507" srcset="https://www.asquareschool.com/wp-content/uploads/2015/08/MV-PY-296x300.png 296w, https://www.asquareschool.com/wp-content/uploads/2015/08/MV-PY.png 864w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p>เส้น LM ซึ่งเป็นสมการ MV = PY เป็นเรื่องที่นักเรียน CFA Level I ส่วนใหญ่สงสัยกันมากว่ามันมีความหมายว่าอย่างไร และเป็นจุดสำคัญจุดนึงที่ทำให้นักเรียนส่วนใหญ่เรียนวิชาเศรษฐศาสตร์ไม่รู้เรื่อง</p>
<p>ผมจึงขอยกตัวอย่างเพื่อให้เข้าใจง่าย ๆ โดยให้ดูรูปข้างล่างประกอบ แบบนี้แล้วกันนะครับ</p>
<p>สมมุติให้แบงค์ชาติพิมพ์แบงค์ 100 บาทออกมา 1 ใบ แล้ว แบงค์ใบนั้นได้เริ่มต้นไปอยู่ในมือของนาย A</p>
<p>นาย A ยังไม่คิดจะใช้เงิน จึงเก็บเงินไว้ในกระเป๋าตัวเอง 10 บาท และเอาไปฝากธนาคาร 90 บาท</p>
<p>นาย B ไม่มีเงินแต่ต้องการใช้เงินจึงไปยืมจากธนาคารมา 90 บาทแล้วเอาไปซื้อของกับ นาย C ทำให้เงิน 90 บาทไปอยู่ที่นาย C และเมื่อมีการซื้อขายเกิดขึ้น จึงเกิด GDP = 90 บาท</p>
<p>นาย C ยังไม่คิดจะใช้เงิน จึงเก็บเงินไว้ในกระเป๋าตัวเอง 10 บาท และเอาไปฝากธนาคาร 80 บาท</p>
<p>นาย D ไม่มีเงินแต่ต้องการใช้เงินจึงไปยืมจากธนาคารมา 80 บาทแล้วเอาไปซื้อของกับ นาย E ทำให้เงิน 80 บาทไปอยู่ที่นาย E และเมื่อมีการซื้อขายเกิดขึ้น ทำให้มี GDP ทั้งหมด 170 บาท</p>
<p>การฝาก การยืม และซื้อขายวนไปเรื่อย ๆ จาก E-&gt;F-&gt;A-&gt;B-&gt;C-&gt;D-&gt;E-&gt;F ทำให้เงินเกิดการเปลี่ยนมือไปเรื่อยๆ จนรอบสุดท้ายไปถึงนาย F เกิดเป็น GDP ทั้งระบบ 390 บาท</p>
<p>จากกระบวนการดังกล่าวจะเห็นว่าแบงค์ชาติพิมพ์เงินแค่ 100 บาท แต่การเปลี่ยนมือทำให้เกิดเป็น GDP ทั้งหมด 390 บาท<br />
ซึ่ง<br />
PY คือ Nominal GDP = 390 บาท<br />
M คือ Money Supply = 100 บาท<br />
V คือ Velocity of money = 3.9 ซึ่งคือความหมายว่าเงินมีการเปลี่ยนมือเร็วแค่ไหน<br />
ดังนั้นถ้าเงินมีการเปลี่ยนมือเร็วขึ้น Nominal GDP ก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย</p>
<p>Y คือ Real GDP ซึ่งเป็น GDP ที่ adjust ด้วยเงินเฟ้อแล้ว<br />
P คือ GDP Deflator ซึ่งเป็นระดับราคา<br />
หมายเหตุ Nominal GDP = Real GDP x GDP Deflator ซึ่งเป็นเนื้อหาตอนต้นของบทเดียวกับ MV=PY</p>
<p>จุดสำคัญคือ Velocity of money จะสังเกตได้ว่าถ้าแต่ละคนเก็บเงินไว้ที่ตัวเองน้อย และเอาไปฝากธนาคารเยอะขึ้น เงินจะยิ่งหมุนเร็วขึ้น GDP ของทั้งระบบจะสูงขึ้น<br />
แต่ถ้าคนเก็บเงินไว้กับตัวเองเยอะขึ้นเอาไปฝากธนาคารน้อยลง การหมุนของเงินจะช้าลง ทำให้ GDP ของทั้งระบบจะน้อยลง</p>
<p>คนจะฝากเงินเยอะหรือน้อยจะขึ้นอยู่กับดอกเบี้ยในตลาดถ้าดอกเบี้ยสูงขึ้นก็มีแรงจูงใจให้คนฝากเงินเยอะขึ้น เงินจะหมุนเร็ว<br />
ถ้าดอกเบี้ยต่ำแรงจูงใจในการฝากเงินจะน้อยลง เงินจะหมุนช้าลง</p>
<p>ดังนั้น Velocity of money กับดอกเบี้ยในตลาดจึงมีความสัมพันธ์เชิงบวกนั่นเอง</p>
<p>หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคนที่กำลังเตรียมสอบ CFA Level I นะครับ</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
